| ผู้จัดการฝ่ายบุคคล |
|
|
กลุ่มที่
5 บุคลิกภาพแบบกล้าคิดกล้าทำ (Enterprising) |
 |
| ชื่ออาชีพ |
| |
ผู้จัดการฝ่ายบุคคล
Personnel Manager ; ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและแรงงานสัมพันธ์ Employee Relations
Manager ; ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล Human Resources Manager |
| รหัสอาชีพ |
| |
2-19.60
(TSCO) 1232 (ISCO) |
| นิยามอาชีพ |
| |
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้
ทำหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การสรรหาบุคลากร การจัดจ้าง บุคลากรการแรงงานสัมพันธ์
การพัฒนาบุคลากร การเลื่อนขั้น การจัดสวัสดิการ การจ่ายเงินชดเชย หรือบำเหน็จบำนาญปรับเปลี่ยนโครงสร้าง
และหรือระบบการบริหารงานบุคคลในองค์กรให้สอดคล้องกัน ปรับเปลี่ยนระบบการบริหารงานขององค์กรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายรวมขององค์กร |
| ลักษณะของงานที่ทำ |
| |
ทรัพยากรบุคคล คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดขององค์กร ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ซึ่งอยู่ในฐานะของผู้บริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลต้องเป็นผู้ให้คำปรึกษาทั้งด้านหน้าที่การงาน
และด้านธุรกิจกับพนักงานในองค์กร ชักจูงใจให้พนักงานร่วมเป็นหุ้นส่วน
และร่วมมือกับองค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุนโยบาย และเป้าหมายขององค์กรให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับงานขององค์กร
หน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงาน รวมทั้ง ค่าตอบแทนการทำงานและผลประโยชน์อื่นๆ
ที่จะได้รับพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน โดยใช้กระบวนการบริหารงานบุคคลซึ่งมีหน้าที่หลักดังต่อไปนี้
1. สรรหาและจัดจ้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพมากเข้ามาทำงาน โดยวิธีประกาศโฆษณาตำแหน่งว่างรับสมัคร
และทำการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกผู้สมัครงานที่มีคุณสมบัติดีที่สุด เพื่อการจ้างงานโดยตรงหรือจัดส่งให้
เจ้าหน้าที่ ผู้อื่นต่อไป
2. พัฒนา ประเมินผล และปรับปรุงคุณภาพของบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ในเรื่องนโยบาย
และเป้าหมายขององค์กร ตลอดจนหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงาน
3. กำหนดค่าตอบแทนในการทำงานโดยตรงและจัดสรรผลประโยชน์โดยอ้อมให้กับบุคลากรอย่างได้มาตรฐาน
เช่น การให้สิทธิ์ในการถือหุ้น
4. สร้างแรงจูงใจให้พนักงานมีจิตสำนึกของการเป็นหุ้นส่วนกับองค์กรเพื่อให้พนักงานอุทิศเวลา
และความสามารถในการทำงานให้กับองค์กร อย่างเต็มที่
5. สงวนรักษาบุคลากรทุกคนที่มีความสามารถให้อยู่กับองค์กรตลอดไป โดยการส่งเสริมเลื่อนตำแหน่ง
เลื่อนขั้น ดูแลความปลอดภัย และสุขภาพอนามัยของพนักงาน
6. สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับพนักงาน หรือลูกจ้าง และเมื่อมีปัญหาข้อขัดแย้ง
หรือข้อพิพาทเกิดขึ้นต้องเข้าไปหาทางระงับข้อขัดแย้ง หรือข้อพิพาทให้ยุติลงโดยเร็วที่สุดตามหลักของการแรงงานสัมพันธ์
7. จัดสวัสดิการ ดำเนินการจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน และกองทุนประกันสังคม
และจัดบริการด้านสันทนาการ ตลอดจนอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้แก่พนักงาน
เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่พนักงานอาจดำเนินงานด้านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงาน
8. ดำเนินการให้พนักงานออกจากงาน โดยการเกษียณอายุ หมดสัญญาจ้าง หรือเลิกจ้างเมื่อองค์กรเผชิญสภาวะธุรกิจซบเซา
หรือด้วยเหตุผลอื่นโดยดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แรงงาน และหาวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยพนักงานเหล่านั้นซึ่งอาจเสนอให้กลับเข้าทำงานใหม่เมื่อองค์กรพ้นสภาวะดังกล่าวแล้ว
|
| สภาพการจ้างงาน
|
| |
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลในรัฐวิสาหกิจจะได้รับเงินเดือนตามวุฒิ
และประสบการณ์สำหรับองค์กรเอกชนขนาดเล็กต้องเป็นผู้มีประสบการณ์จากเจ้าหน้าที่บุคคลอย่างน้อยประมาณ
3 - 5 ปีจะได้รับเงินเดือนขั้นต้นตามความสามารถ ประสบการณ์ประมาณเดือนละ
35,000 - 45,000 บาท ในองค์กรขนาดกลาง อาจมีประสบการณ์การทำงานประมาณ
5-10 ปีจะได้รับเงินเดือนประมาณ 70,000 -90,000 บาท และในองค์กรขนาดใหญ่ต้องการผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่มีประสบการณ์
10 ปีขึ้นไปจะได้รับเงินเดือนประมาณ 90,000 -150,000 บาท
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลโดยปกติทำงานวันละ 8-9 ชั่วโมง หรือสัปดาห์ละ 40-48
ชั่วโมง แต่อาจจะต้องทำงานมากกว่าเวลาทำงานปกติ เมื่อมีงานหรือปัญหาที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน
และได้รับผลตอบแทนอย่างอื่นตามกฎระเบียบขององค์กร |
| สภาพการทำงาน |
| |
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ปฏิบัติงานในสถานที่ทำงานเป็นส่วนใหญ่ มีระบบข้อมูล
และเครือข่ายในการเก็บข้อมูลของพนักงานด้วยเทคโนโลยีที่ ทันสมัย และอาจต้องเดินทางออกไปในตรวจเยี่ยมพนักงานในหน่วยงานภายใต้เครือข่ายขององค์กรทั้งในประเทศ
และต่างประเทศ ทำงานร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชา คือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล
หรือฝ่ายอบรม อาจทำงานร่วมกับคนหลายเชื้อชาติในกรณีที่เป็นองค์กรนานาชาติ
และอาจต้องใช้ภาษาต่างประเทศในการสื่อสารภายในองค์กร |
| คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
|
| |
คุณสมบัติทั่วไป
ของผู้จัดการฝ่ายบุคคลควรมีลักษณะของผู้บริหารที่แตกต่างกว่าผู้บริหารอื่นๆ
และไม่ควรยึดติดกับการบริหารแบบ "ผู้จัดการ" ในสมัยก่อน เพราะการที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจใหม่
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลต้องมีทัศนคติให้ทันกับยุคโลกาภิวัตน์ สามารถทำงานร่วมกับบุคคลที่มาจากพื้นฐาน
และเชื้อชาติต่างกันเป็นผู้นำที่มีส่วนร่วมกับทีมงานทุกชาติ ทุกภาษาได้มีความสามารถในการมองการณ์ไกลหรือมีวิสัยทัศน์กว้างไกล
มีความเป็นผู้นำที่สามารถอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนแปลงองค์กร มีลักษณะเป็นผู้ประสานงานที่มีประสิทธิภาพเป็นนักต่อรองและแก้ไขปัญหาแบบร่วมมือ
และสร้างสรรค์ เข้าใจวัฒนธรรมขององค์กรของชาติตนเองอย่างลึกซึ้ง และเข้าใจวัฒนธรรมของชาติอื่นและองค์กรเป็นอย่างดี
ส่วนคุณสมบัติทั่วไปที่จำเป็นต้องมีในตัวผู้จัดการฝ่ายบุคคลมีดังนี้
1. เป็นผู้นำ และเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เพื่อนร่วมองค์กรสามารถจูงใจพนักงานให้อุทิศ
และทุ่มเท การทำงานให้กับองค์กรได้ ี
2. มีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้ากระจายอำนาจ และวินิจฉัยสั่งการและพร้อมที่จะรับผิดชอบ
3. มีความรอบคอบในการพิจารณาและวินิจฉัยการปฏิบัติงาน
4. ซื่อสัตย์ สุจริต และยุติธรรม
5. มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับคนที่มีพื้นฐานที่มาแตกต่างได้ เป็นที่ไว้วางใจ
และน่าเชื่อถือกับบุคคลทุกฝ่ายทั้งใน และนอกองค์กร
6. ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
7. เป็นผู้ที่มีความสามารถ และเชี่ยวชาญในการแก้ไขอุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร
ให้มาเป็นการร่วมมือกัน
8. เป็นผู้ที่สามารถทำให้พนักงานเชื่อถือ และศรัทธาในปรัชญาองค์กรให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กรไม่ว่าจะเป็นองค์กรในภาครัฐบาล
องค์กรธุรกิจ หรือองค์กรที่ไม่มุ่งหวังผลกำไรจะต้องมีความเชื่อว่างาน
และบทบาทขององค์กรเป็นงานและบทบาทที่สำคัญที่สุดของสังคมเท่าๆ กับรากฐานของสังคมอื่นๆ
เพื่อความสำเร็จในการดำเนินงานขององค์กร ( Peter Drucker )
9. มีความเข้าใจภาษาต่างประเทศ เป็นอย่างดี
10. มีประสบการณ์ด้านการบริหารงานบุคคลอย่างน้อยตั้งแต่ 3-5 ปี
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้:
ควรมีวุฒิการศึกษาตามข้อกำหนดของผู้จัดการฝ่ายบุคคล หรืออาจสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี
ถึงปริญญาโทในสาขาการบริหารทรัพยากรบุคคล สาขาวิทยาการการจัดการ สาขานิติศาสตร์
และรัฐศาสตร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง |
| โอกาสในการมีงานทำ |
| |
ปัจจุบัน งานบริหารทางด้านทรัพยากรบุคคลเป็นงานที่มีกระแสการเปลี่ยนรูปแบบตามการบริหาร
องค์กรในยุคโลกาภิวัฒน์ หรือยุคเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิตอล หรือเศรษฐกิจใหม่เกือบสิ้นเชิง
จึงมีองค์กรธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย
ทำให้มีการสรรหา และจัดจ้างเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารงานบุคคลทุกระดับที่มีความเข้าใจในธุรกิจของการวางแผนกลยุทธ์ด้านการบริหารงานบุคคล
ที่มีวิสัยทัศน์ในการวางกลยุทธ์ด้านบุคลากรระดับโลกนำมาผสมผสานกับความสามารถของบุคลากรท้องถิ่นได้
เพื่อให้เกิดความร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมี
ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลให้กับองค์กร นอกจากนี้แล้วองค์กรธุรกิจยังต้องการผู้ที่มีความรู้หลากหลาย
เป็นนักวิเคราะห์สถานการณ์ และเป็นนักคาดการณ์แนวโน้มการใช้ทรัพยากร
เป็นผู้ที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมที่จะศึกษาเรียนรู้งานจากหน่วยงานข้ามองค์กร
และมีความเข้าใจวัฒนธรรม และธุรกิจขององค์กร ดังนั้นผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่กล่าวมาแล้วจึงเป็นที่ต้องการขององค์กรธุรกิจดังที่กล่าวมาแล้ว |
| โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ |
| |
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่มีความสามารถ
และขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม รวมทั้งมีวิสัยทัศน์กว้างไกลจะเลื่อนให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ
กรรมการผู้บริหาร
สำหรับผู้ที่มีความสามารถในการบริหารงานด้านนี้ คือผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้องค์กรดำเนินธุรกิจไปได้อย่างราบรื่น
และประสบผลสำเร็จ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลจึงเป็นทรัพยาบุคคลที่มีค่าขององค์กรเช่นกัน
และองค์กรต้องการให้บุคลากรเช่นนี้บริหารงานจนกว่าจะเกษียณงาน อาชีพนี้จึงเป็นอาชีพค่อนข้างมั่นคง
และหรืออาจได้รับการเสนอเงื่อนไขที่ดีกว่าจากองค์กรธุรกิจอื่น ๆ ให้ไปร่วมบริหารงานด้วย
|
| อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง |
| |
ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ
ผู้จัดการฝ่ายอบรม |
| แหล่งข้อมูลอื่น
ๆ |
| |
การประกาศโฆษณาจัดหางานในหนังสือพิมพ์เว็บไซต์บริการจัดหางานเอกชน
การจัดประเภทมาตรฐานอาชีพ (ประเทศไทย) สมาคมการบริหารงานบุคคลแห่งประเทศไทย |