| ที่ปรึกษาทางกฎหมาย |
|
|
กลุ่มที่
5 บุคลิกภาพแบบกล้าคิดกล้าทำ (Enterprising) |
 |
| ชื่ออาชีพ |
| |
ที่ปรึกษาทางกฎหมาย
Legal Adviser ; เจ้าหน้าที่ทางกฎหมาย Legal Officer |
| รหัสอาชีพ |
| |
1-29-20
(TSCO) 2429 (ISCO) |
| นิยามอาชีพ |
| |
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้
ได้แก่ ผู้ให้บริการทางกฎหมาย ร่างกฎหมาย และให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายแก่องค์กรของรัฐ
รัฐวิสาหกิจ และองค์กรเอกชน ทำหน้าที่เป็นตัวแทนในเรื่องที่เกี่ยวกับกฏหมายและให้บริการทางกฎหมายอื่นๆ |
| ลักษณะของงานที่ทำ |
| |
1. ให้คำแนะนำแก่หน่วยงาน หรือองค์กรของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรของเอกชนในด้านกฎหมาย
2. ให้คำแนะนำ และข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการร่างพระราชบัญญัติ คำสั่ง กฎ
ระเบียบข้อบังคับ และเอกสารทางกฎหมายอื่นๆ
3. ร่างพระราชบัญญัติ และเอกสารทางกฎหมายตามที่องค์กร หรือหน่วยงานต้องการ
4. ตีความเรื่องสิทธิ หน้าที่ และข้อผูกพันตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของสถานประกอบการให้ฝ่ายจัดการระดับสูงสุดทราบ
5. ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ทนายความประจำสถานประกอบกิจการเกี่ยวกับการว่าความคดีต่างๆ
ในศาล |
| สภาพการจ้างงาน
|
| |
ผู้ที่ทำงานในหน่วยงานภาครัฐ
หรือภาคเอกชนจะได้รับเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงาน
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทหรือองค์กรที่จ้างงาน เนื่องจากผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้จะต้องมีประสบการณ์ในงานทนายความ
หรืองานที่เกี่ยวกับงานตุลาการ จึงสามารถทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาทางกฎหมายได้
ดังนั้นค่าตอบแทนจึงไม่มีข้อกำหนดที่แน่นอนตายตัว อัตราค่าตอบแทนโดยเฉลี่ยประมาณเดือนละ
50,000 - 100,000 บาท ที่ปรึกษาทางกฎหมายอาจทำงานเฉพาะเรื่องที่ได้รับการ
ว่าจ้าง ค่าตอบแทนการทำงานเป็นไปตามข้อตกลง
ที่ปรึกษาทางกฎหมายที่มีความชำนาญเฉพาะเรื่อง เช่น การทำสัญญา ที่ดินอสังหาริมทรัพย์
ก็อาจได้รับการว่าจ้างให้ทำงานเฉพาะเรื่องที่ชำนาญการ และได้รับค่าตอบแทนตามที่ตกลงกัน
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ถ้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐจะมีกำหนดเวลาทำงานตามระเบียบของทางราชการ
คือวันละ 8 ชั่วโมง หรือสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง และได้รับสิทธิประโยชน์ตามระเบียบของทางราชการ
ส่วนผู้ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์กรเอกชน นอกจากค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนแล้ว
อาจได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบอื่น เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินสะสม เงินช่วยเหลือสวัสดิการในรูปต่างๆ
เงินโบนัสพิเศษ หรือให้บริการรถและพนักงานขับรถประจำตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับประเภทของสถานประกอบกิจการนั้นๆ
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ มีชั่วโมงทำงานไม่แน่นอน อาจจะปฏิบัติงานในสถานประกอบกิจการตามวันเวลาที่ตกลงกันไว้
ในสัญญาการจ้างงาน ซึ่งอาจจะเป็นการจัดจ้างผู้ชำนาญการจากบริษัทที่ปรึกษา
หรืออาจจะเป็นการจัดจ้างกลุ่มข้าราชการตุลาการที่เกษียณอายุ แต่ยังมีความสามารถและความชำนาญในเรื่องกฎหมาย
|
| สภาพการทำงาน |
| |
ทำงานในสำนักงาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นสำนักงานทั่วไปมีอุปกรณ์ช่วยในการจัดการงานเอกสาร
เช่น เครื่องพิมพ์ดีด หรือคอมพิวเตอร์ บางครั้งต้องออกไปติดต่อประสานงานนอกสำนักงาน
เช่น ศาล สถานที่อื่นๆ เพื่อปฏิบัติภารกิจที่ปรึกษาทางกฎหมายตามที่ได้รับมอบหมาย |
| คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
|
| |
ที่ปรึกษาทางกฎหมายจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1. เป็นนิติศาสตร์บัณฑิต หรือสอบไล่ได้ปริญญา หรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจาก
ต่างประเทศ ซึ่ง ก.ต. เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
2. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียบกพร่องในศิลธรรมอันดี และไม่เป็นผู้ได้กระทำการใด
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต
3. มีประสบการณ์ในงานตุลาการทางกฎหมาย ในระดับที่อาจจะเรียกได้ว่าผู้เชี่ยวชาญหรือ
ผู้ชำนาญการ และสามารถให้คำปรึกษาทางกฎหมายได้อย่างดี
4. ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีที่คณะกรรมการเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
5. ไม่เป็นบุคคลผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ล้มละลาย
6. ไม่เป็นโรคติดต่อซึ่งเป็นที่รังเกียจของสังคม
7. ไม่เป็นผู้มีกายพิการ หรือจิตบกพร่องอันเป็นเหตุให้เป็นผู้หย่อนสมรรถภาพในการประกอบอาชีพ
8. ต้องซื่อตรงต่อผู้ว่าจ้าง ผู้ร่วมงานอำนวยการความยุติธรรม ชุมชน ผู้ร่วมสำนักงาน
มีความซื่อสัตย์ และรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้
: เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
แล้วสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาคณะนิติศาสตร์ หลักสูตร 4 ปี จากมหาวิทยาลัยในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย
หรือมหาวิทยาลัยเอกชน จากนั้น จะต้องสมัครเข้ารับการ ฝึกอบรม และสอบขอรับใบอนุญาตว่าความทั่วราชอาณาจักร
การแสวงหาประสบการณ์ในคดีความต่างๆหรือการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับเนติบัณฑิตทางกฏหมายจะช่วยให้มีความรอบรู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายมากขึ้นจนสามารถประกอบอาชีพเป็นที่ปรึกษาด้าน
กฏหมายได้ดี |
| โอกาสในการมีงานทำ |
| |
ที่ปรึกษาทางกฎหมายส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ผ่านการทำงานทางด้านกฎหมายมานานพอที่จะให้
คำปรึกษาทางกฎหมายในหน่วยงานนั้นๆ ได้ หรืออาจจะเป็นอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ
ที่สอนวิชากฎหมายในมหาวิทยาลัย เป็นผู้ที่มีความชำนาญ หรือมีชื่อเสียง
หรืออาจจะเป็นคณะผู้ชำนาญทางกฎหมายร่วมก่อตั้งสถานประกอบกิจการในลักษณะบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมาย
การบัญชี และภาษีอากร หรือบริษัททนายความ บุคลากรดังกล่าวนี้ เป็นที่ต้องการของหน่วยงานทั่วไปทั้งภาครัฐ
และภาคเอกชน รวมทั้งค่าตอบแทนจะค่อนข้างสูง เนื่องจากส่วนมากจะเป็นการจัดจ้างในลักษณะผู้ชำนาญการพิเศษ
นอกเหนือจากการจัดงานบุคลากรทางด้านกฎหมายทั่วไปที่ปฏิบัติงานประจำ |
| โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ |
| |
อาชีพนี้จัดได้ว่าเป็นจุดเป้าหมายสูงสุดของผู้ประกอบอาชีพทางกฎหมาย
เช่น ทนายความ เนื่องจากการได้เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย จัดได้ว่าต้องเป็นบุคคลที่ได้รับการไว้วางใจ
และเชื่อถือจากหน่วยงานนั้นๆและส่วนมากที่ปรึกษาทางกฎหมายมักจะเป็นผู้ที่มีอาวุโสทั้งวัยวุฒิ
และคุณวุฒิ ซึ่งประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของสังคมอยู่แล้ว |
| อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง |
| |
ทนายความ
นักกฎหมาย อาจารย์ |
| แหล่งข้อมูลอื่น
ๆ |
| |
สภาทนายความ
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะนิติศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม |