| ช่างแท่นพิมพ์ออฟเซ็ท |
|
|
กลุ่มที่
1 บุคลิกภาพแบบจริงจังไม่คิดฝัน นิยมความจริง (Realistic) |
 |
| ชื่ออาชีพ |
| |
ช่างแท่นพิมพ์ออฟเซ็ท
Offset -pressman |
| รหัสอาชีพ |
| |
9-22.40
(TSCO) 8251 ( ISCO) |
| นิยามอาชีพ |
| |
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้
ทำหน้าที่ดูแลการจัดตั้ง และเตรียมความพร้อมของแท่นเครื่องพิมพ์ ทำหน้าที่ควบคุมการพิมพ์
อยู่หน้าแท่นพิมพ์ เพื่อดูแลการไหลเวียนของหมึก กระดาษ เพลททำความสะอาดแท่นพิมพ์
และตรวจดูความชำรุดเสียหายของส่วนต่าง ๆ ของแท่นพิมพ์ |
| ลักษณะของงานที่ทำ |
| |
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ทำงานฝ่ายการผลิตของโรงพิมพ์
ทำหน้าที่อยู่หน้าแท่นพิมพ์ออฟเซ็ทโดยการควบคุมแท่นพิมพ์ ที่มีระบบคอมพิวเตอร์ช่วยในการสั่งงาน
ซึ่งมีขั้นตอนการทำงาน ดังนี้
1. จัดตารางเวลาขั้นตอนการใช้เครื่องพิมพ์กำหนดเวลาเริ่มต้น และแล้วเสร็จของงานแต่ละชิ้น
เพื่อให้มีการใช้แท่นพิมพ์อย่างมีประสิทธิภาพ และเต็มศักยภาพ
2. ตรวจสอบเครื่องพิมพ์ทำความสะอาด ดูแลความพร้อม ตรวจดูหมึกเติมน้ำในเครื่องพิมพ์
ก่อนใช้และหลังใช้งานเสร็จแล้ว
3. เตรียมจัดกระดาษให้ถูกต้องกับชนิดของแท่นพิมพ์ รวมถึงการตัดกระดาษ
และนำเคลื่อนย้ายมาที่แท่นพิมพ์
4. ควบคุมเทคนิคการพิมพ์ใส่กระดาษ ตรวจดูเพลท เดินเครื่องพิมพ์ การไหลสม่ำเสมอของหมึก
ดูแลขั้นตอนการพิมพ์ให้คมชัดเป็นที่เรียบร้อย แก้ไขข้อบกพร่องแล้วจัดส่งไปพับ
เข้าเล่ม ถ้าเป็นการพิมพ์หนังสือพิมพ์เครื่องพิมพ์จะทำการพับเล่มเอง
5. จัดการดูแลตรวจสอบการจัดซื้อวัสดุที่ใช้ ในระบบการพิมพ์ เช่น คุณภาพของเนื้อกระดาษม้วนสำหรับใช้พิมพ์หนังสือพิมพ์รายวัน
หรือรายสัปดาห์ หรือกระดาษแผ่นที่ต้องนำมาตัดใช้กับนิตยสาร เพื่อให้ได้งาน
ที่มีประสิทธิภาพ และราคาที่เหมาะสม
6. ประสานงานกับแผนกต่างๆ เพื่อให้งาน เสร็จตามเวลา คือ ฝ่ายประสานงาน
ฝ่ายจัดซื้อวัสดุ ฯลฯ
สำหรับแท่นพิมพ์ออฟเซ็ทในเมืองไทย ส่วนมากที่ใช้กันอยู่จะมีประมาณ
4 ประเภท คือ
o แท่นพิมพ์ชีท(ลูกฟูก)ใช้พิมพ์หนังสือทุกประเภท โปสเตอร์ สติคเกอร์
ใช้กับกระดาษตัดเป็นแผ่น เช่น กล่องบรรจุภัณฑ์
o แท่นพิมพ์เว็บ ใช้พิมพ์หนังสือพิมพ์รายวันหรือรายสัปดาห์ ใช้กระดาษม้วนในการพิมพ์
o แท่นพิมพ์เชิงพาณิชย์ ใช้พิมพ์นิตยสารที่สามารถพับเล่มได้ และพิมพ์
4 สีได้ ใช้กระดาษม้วนในการพิมพ์ ใช้สำหรับพิมพ์ งานปริมาณมาก และต้องการความรวดเร็วค่าพิมพ์
มีราคาสูง
o แท่นพิมพ์ที่ใช้พิมพ์ธนบัตร ล็อตเตอรี่ หรือซองบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ |
| สภาพการจ้างงาน
|
| |
ผู้ปฏิบัติงานในอาชีพช่างแท่นพิมพ์นี้
อาจแบ่งหน้าที่ออกได้เป็น 3 ระดับ คือช่างแท่นพิมพ์ รองหัวหน้าช่าง หัวหน้าช่าง
อัตราเงินเดือน สำหรับผู้รับราชการจะได้รับเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา
และมีสวัสดิการ ตามระเบียบทางราชการส่วนธุรกิจโรงพิมพ์ภาคเอกชนนั้น ช่างแท่นพิมพ์
จะได้เงินเดือนประมาณ 5,000 บาท รองหัวหน้าช่างจะได้เงินเดือนประมาณ
8,000 - 9,000 บาท ส่วนหัวหน้าช่างแท่นพิมพ์จะได้เงินเดือน ประมาณ 9,000
- 15,000 บาทตามลำดับ มีสวัสดิการตามกฎหมายแรงงาน ผลประโยชน์อย่างอื่น
และโบนัสขึ้นอยู่กับผลประกอบการของกิจการ เวลาการปฏิบัติงานวันละ 8 ชั่วโมง
อาจมีการทำงานล่วงเวลาซึ่งขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่มีการว่าจ้างงานพิมพ์มาก
เช่นในช่วงก่อนปีใหม่ และก่อนเปิดภาคเรียน |
| สภาพการทำงาน |
| |
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้
ต้องทำงานในโรงพิมพ์ มีเสียงดังจากเครื่องพิมพ์มีฝุ่นละอองจากกระดาษ
อาจมีฝุ่นสารเคมีจากหมึก และกลิ่นสารเคมี ซึ่งผู้ปฏิบัติงานอาจต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนตัว
เช่น ที่ปิดหู ผ้าปิดปาก และจมูก เป็นต้น
การพิมพ์งานต้องใช้ช่างแท่นพิมพ์ 3-4 คนต่อแท่นพิมพ์ 1 แท่น ซึ่งแล้วแต่ขนาดของแท่นพิมพ์
ถ้าเป็นแท่นพิมพ์ 4 สีขนาดใหญ่อาจใช้ช่างแท่นพิมพ์มากกว่า 4 คน ปฏิบัติงานเป็นกะ
กะละ 8 ชั่วโมงต่อวันอาจมีการทำงานล่วงเวลา ในวันหยุดในกรณีที่มีงานเร่งด่วน
และมีจำนวนมาก |
| คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
|
| |
1.
เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญหรือสายอาชีพ หรือต่ำกว่า
แต่ต้องมีประสบการณ์ จนถึงระดับปริญญาตรี
2. เป็นผู้ที่มีความละเอียดรอบคอบ และถี่ถ้วนในการทำงาน
3. ควรมีความรู้เรื่องเครื่องพิมพ์ระบบออฟเซ็ท
4. สุขภาพร่างกายแข็งแรง
5. มีความรู้ภาษาอังกฤษ
6. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้คือ : สำหรับผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี
สาขาใดก็ได้ สามารถเพิ่มเติมความรู้ทางด้านการพิมพ์ระบบออฟเซ็ท จากการอบรมหลักสูตรระยะสั้น
สำหรับบุคคลภายนอกที่ทางโรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช จัดอบรมสำหรับบุคคลภายนอกในระยะเวลาสั้นๆ
และควรฝึกงานโดยมีประสบการณ์ 6 เดือนถึง 1 ปี
ส่วนผู้ที่จบมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพ ต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงานควรเข้าทำงานในระดับช่างพิมพ์ธรรมดา
เพื่อหาประสบการณ์ ประมาณ 1 ปี และดูงานในโรงพิมพ์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ
และเข้ารับการอบรมหลักสูตรการพิมพ์ต่างๆ เพิ่มเติมเป็นระยะๆ |
| โอกาสในการมีงานทำ |
| |
ช่างแท่นพิมพ์ออฟเซ็ทไม่ตกงาน
ถึงแม้เศรษฐกิจจะอยู่ในขาลง และธุรกิจการพิมพ์ด้วยระบบออฟ-เซ็ทในประเทศไทย
ยังใช้ศักยภาพของเครื่องไม่เต็มระบบ หรือเต็มรูปแบบ คือใช้ช่างแท่นพิมพ์
อย่างน้อย 2-3 คนต่อ 1 แท่นพิมพ์ แทนการใช้การสั่งงานด้วยคอมพิวเตอร์
อย่างเต็มระบบที่มีราคาแพง การใช้ช่างแท่นพิมพ์ออฟเซ็ทจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้
แต่เนื่องจากตลาดแรงงานในธุรกิจโรงพิมพ์ไม่ได้ขยายตัวจากเดิมโดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจทรุดถอย
ค่ากระดาษขึ้นราคา ซึ่งจากการที่ค่ากระดาษจะต้องจ่ายเป็นเงินสดทันทีหรือได้รับผ่อนผันเวลาการให้สินเชื่อเพียง
30 - 45 วัน ทำให้โรงพิมพ์ขนาดเล็ก อยู่ในธุรกิจนี้ไม่ได้ต้องปิดตัวลงใน
ช่วงปี 2540 - 2542 เป็นจำนวนมาก กอรปกับมหาวิทยาลัยทั่วๆ ไปของรัฐและเอกชนมีโรงพิมพ์ของมหาวิทยาลัยเอง
เพื่อลดต้นทุนการผลิตในการจัดพิมพ์ตำรา และเอกสารรประกอบการสอน ดังนั้น
ตลาดแรงงานทางด้านนี้ค่อนข้างมีลักษณะการจ้างงานแบบทั้งหมุนเวียนและขยายตัว
คือ เมื่อมีผู้เข้ามาประกอบอาชีพนี้ได้ระยะหนึ่งก็ออกจากงานไปทำธุรกิจอื่น
หรือเปลี่ยนโรงพิมพ์เจ้าของกิจการก็จะ ว่าจ้างช่างแท่นพิมพ์ใหม่มาทดแทน
ถึงแม้ธุรกิจโรงพิมพ์ขนาดใหญ่จะใช้ เครื่องพิมพ์ออฟเซ็ทระบบดิจิตอล หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์
เข้าควบคุมการสั่งการครบวงจรซึ่งมีประสิทธิภาพ และศักยภาพในการผลิตสูงแต่ก็ใช้ช่างแท่นพิมพ์เพียงคนเดียวควบคุม
การปฏิบัติงานเท่านั้น และส่วนมากเป็นโรงพิมพ์ประเภทผลิตหีบห่อและะบรรจุภัณฑ์
สำหรับผู้ต้องการประกอบอาชีพอิสระ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งเพียงใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถออกแบบและเครื่องพิมพ์สีที่ราคาไม่แพง
องค์กรบริษัทห้างร้านต่างๆก็สามารถทำงานผลิตนามบัตรกระดาษจดหมาย ข่าวประชาสัมพันธ์ที่มีหัวจดหมายขององค์กร
และบริษัทห้างร้านต่างๆ ได้
นอกจากนี้เครื่องพิมพ์ เอกสารที่ได้รับการออกแบบระบบเดียวกับเครื่องถ่ายเอกสาร
และเครื่องโรเนียวกำลังเข้ามาในธุรกิจการรับจ้างพิมพ์งานอย่างเอกสารการประชุมหนังสือ
พ็อกเก็ตบุคส์ โปสเตอร์ขนาดเล็กและกลาง แผ่นพับโฆษณา ทำให้เห็นแนวโน้มตลาดแรงงานช่างแท่นพิมพ์ออฟเซ็ทจะคงที่
แต่ธุรกิจรับจ้างพิมพ์งานด่วนขนาดเล็กกำลังแพร่หลายออกไปตามศูนย์การค้า
มหาวิทยาลัย และตามตลาด
ส่วนตลาดสิ่งพิมพ์ไทยและบรรจุภัณฑ์กระดาษยังมีโอกาสพัฒนา และขยายการส่งออกไป
ต่างประเทศ ซึ่งไทยได้เปรียบในด้านฝีมือแรงงาน แต่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันขจัดอุปสรรคในการปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าวัตถุดิบในอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์
และส่งเสริมให้มีการพัฒนาและฝึกฝนช่างฝีใอทางด้านการพิมพ์เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการพิมพ์เพื่อการส่งออก
|
| โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ |
| |
ผู้ประกอบอาชีพนี้
ถ้าต้องการความก้าวหน้าจะต้องหมั่นเข้ารับการฝึกอบรม ต้องเป็นคนเปิดกว้างสำหรับความรู้
และนำเทคนิคใหม่มาใช้อยู่เสมอ ผู้ที่มีความสามารถอาจได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าช่างพิมพ์
ในเวลา 3-5 ปี
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ส่วนมากเมื่อทำงานไปถึงจุดหนึ่งที่เงินค่าจ้างไม่สามารถจะปรับขึ้นไปได้
มักจะเปลี่ยนอาชีพเป็นพนักงานขายหมึกหรืออุปกรณ์สำหรับโรงพิมพ์ หรือไปประกอบอาชีพอย่างอื่นแทนในภาวะปัจจุบัน
อาจทำการค้าขาย หรือเปิดกิจการเล็กๆ เช่นรับพิมพ์นามบัตรซึ่งใช้การลงทุนไม่มากนักอาจเปลี่ยนงานหรืออาจพัฒนาหาความรู้
ในการเป็นช่างเทคนิคซ่อมแท่นเครื่องพิมพ์ออฟเซ็ท |
| อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง |
| |
เปิดบริการรับพิมพ์นามบัตร
รับพิมพ์งาน วิทยานิพนธ์ และถ่ายสำเนาเอกสาร ฯลฯ เป็นตัวแทนขายอุปกรณ์สำหรับโรงพิมพ์
นายหน้ารับงานพิมพ์ เปิดบริการซ่อมแซ่มเครื่องพิมพ์ให้กับ โรงพิมพ์ต่างๆ
เป็นรายปี |
| แหล่งข้อมูลอื่น
ๆ |
| |
สมาคมการพิมพ์ไทย
โทร.944-4671-3 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล เทคนิคกรุงเทพ โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การจัดประเภทมาตรฐานอาชีพ(ประเทศไทย) |