| ศัลยแพทย์ |
|
|
กลุ่มที่
2 บุคลิกภาพแบบที่ต้องการใช้เชาว์ปัญญา (Investigative) |
 |
| ชื่ออาชีพ |
| |
ศัลยแพทย์ Surgeon
|
| รหัสอาชีพ |
| |
0-61.20
(TSCO) 2221(ISCO) |
| นิยามอาชีพ |
| |
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้
ได้แก่ผู้วินิจฉัยโรค สั่งยา ให้การรักษาโรค และความผิดปกติในร่างกายของมนุษย์ด้วยวิธีการทางอายุรกรรม
และศัลยกรรม บำบัดและป้องกันโรคและความผิดปกติในร่างกายของมนุษย์ |
| ลักษณะของงานที่ทำ |
| |
วินิจฉัยโรคและให้การรักษาโรค การบาดเจ็บ และอาการอื่นๆ ด้วยวิธีการอายุรกรรมหรือศัลยกรรม
แก่ผู้ป่วย ผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ และหญิงมีครรภ์
ทำการผ่าตัดใหญ่และผ่าตัดเล็กชนิดต่างๆ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ โรค หรือความผิดปกติของร่างกายมนุษย์
วินิจฉัยโรค สั่งยา และให้การรักษาทางศัลยกรรม ในความผิดปกติในร่างกาย
และจิตใจของมนุษย์
ทำการวิจัยปัญหาทางแพทย์และปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์
รวมถึงการตรวจร่างกาย การวินิฉัยโรค การสั่งยา การผ่าตัดเล็ก และการรักษาอาการบาดเจ็บของโรค
และอาการ ผิดปกติต่างๆ
ทำการผ่าตัดใหญ่และผ่าตัดเล็กชนิดต่างๆ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ โรค หรือความผิดปกติ
ทำงานเฉพาะการให้คำแนะนำและรักษาทางยาหรือทางผ่าตัดเกี่ยวกับโรคหรือความผิดปกติเฉพาะอย่าง
ตรวจค้นโรคและความผิดปกติต่างๆ ของมนุษย์ เพื่อทราบลักษณะแแก่นแท้สมติฐาน
อาการแสดงผลของโรค และความผิดปกตินั้นๆ
ช่วยกำหนดวิธีการรักษา ตรวจร่างกายมนุษย์หรือวัถตุจากร่างกายมนุษย์ หรือวัตถุพยานอื่นๆ
ที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ เพื่อค้นหาและชันสูตรเหตุของความผิดปกติในร่างกาย
|
| สภาพการจ้างงาน
|
| |
ผู้ประกอบอาขีพนี้
ได้รับรายได้เป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษาตำแหน่งศัลยแพทย์ที่สำเร็จ
การศึกษาและไม่มีประสบการณ์ในการทำงานมีอัตราเงินเดือน ดังนี้
หน่วยงาน
วุฒิการศึกษา
ราชการ
รัฐวิสาหกิจ
เอกชน
ปริญญาตรี 8,190
9,500-10,500
15,000-16,000
ปริญญาโท 9,040
15,000-12,000 23,000-
24,500
ปริญญาเอก 10,600
21,000-22,000 28,000-30,000
ทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง อาจต้องมาทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด
อาจจะต้องมีการจัดเวรอยู่ประจำโรงพยาบาล นอกจากผลตอบแทนในรูปเงินเดือนแล้วในภาครัฐวิสาหกิจและเอกชนอาจได้รับผลตอบแทนในรูปอื่น
เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินสะสม เงินช่วยเหลือสวัสดิการในรูปต่างๆ เงินโบนัส
เป็นต้น สำหรับผู้ที่จบการศึกษาแพทย์สามารถประกอบธุรกิจส่วนตัวโดยมีรายได้ขึ้นอยู่กับความสามารถและความอุตสาหะ
|
| สภาพการทำงาน |
| |
ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลของภาครัฐและภาคเอกชน หรือสถานพยาบาล โดยจะต้องตรวจคนไข้ในที่อยู่ในความรับผิดชอบทุกวันและต้องตรวจคนไข้นอกที่เจ็บป่วยเข้ามาเพื่อรับการรักษา
และตรวจคนไข้ในที่อยู่ในความรับผิดชอบ และปฏิบัติงานผ่าตัดในห้องผ่าตัดอาจจะถูกเรียกตัวได้ทุกเวลาเพื่อทำการรักษาคนไข้ให้ทันท่วงที
อาชีพแพทย์ต้องเป็นผู้พร้อมเสมอที่จะสละเวลาเพื่อรักษาคนไข้
ในสถานที่ทำงานจะต้องพบเห็น คนเจ็บ คนป่วยและคนตายอยู่เป็นประจำ จึงต้องเป็นผู้มีจิตใจ
ที่เข้มแข็งเพราะหากมีจิตใจที่อ่อนไหวต่อสิ่งที่ได้พบเห็นได้ง่ายจะมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานได้
|
| คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
|
| |
1.
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะแพทยศาสตร์
2. ขยันสนใจในการศึกษาหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี
3. มีสุขภาพสมบูรณ์ ทั้งร่างกายและจิตใจไม่พิการหรือทุพพลภาพ ปราศจากโรค
(อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา)
4. สามารถอุทิศตนยอมเสียสละเวลาและความสุขส่วนตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อนจากการเจ็บป่วย
มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่รังเกียจผู้เจ็บป่วย มีความเมตตา และมีความรักในเพื่อนมนุษย์
มีความเสียสละที่จะเดินทางไปรักษาพยาบาล ผู้คนในชุมชนทั่วประเทศ
5. มีมารยาทดี สามารถเข้ากับบุคคลอื่นได้ ทุกระดับ มีความอดทน อดกลั้น
และมีความกล้าหาญ
6. มีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพของตน มีคุณธรรมและจริยธรรมทางการแพทย์ไม่ใช้ความรู้ทางวิชาการ
ของตนไปหลอกลวงหรือทำลายผู้อื่นๆ
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้
: ผู้สำเร็จหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือประกาศนียบัตรอื่นที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่าและสามารถสอบผ่านวิชาต่างๆ
ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา คือวิสามัญ 1 คณิตศาสตร์
กข. เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ภาษาอังกฤษ กข. และความถนัดทางการแพทย์ ตลอดจนการสอบสัมภาษณ์และการตรวจร่างกาย
เมื่อผ่านการทดสอบจึงมีสิทธิ์เข้าศึกษาแพทย์ โดยมีสถาบันที่เปิดสอนวิชาการแพทย์ระดับปริญญาหลายแห่งในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย
เช่นมหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น ผู้ที่จะเรียนแพทย์จะต้องมีฐานะทางการเงินพอสมควร
เพราะ ค่าใช้จ่ายในการเรียนวิชาแพทย์ค่อนข้างสูงและใช้เวลานานกว่าการเรียนวิชาชีพอื่นๆ
รวมทั้งต้องเสียค่าบำรุง การศึกษา ค่าตำราวิชาการแพทย์และค่าอุปกรณ์ต่างๆ
หลักสูตรวิชาการแพทย์ระดับปริญญาตรี ตามปกติใช้เวลาเรียน 6 ปี ในสองปีหลักสูตรการเรียนจะ
เน้นหนักด้านวิทยาศาสตร์ทั่วไปที่เป็นพื้นฐานสำคัญ ต่อจากนั้นจึงเรียนต่อวิชาการแพทย์
โดยเฉพาะอีก 4 ปี เมื่อสำเร็จได้รับใบอนุญาตประกอบเวชกรรมของแพทยสภา
มีสิทธิประกอบอาชีพแพทย์ได้ตามกฎหมาย |
| โอกาสในการมีงานทำ |
| |
ศัลยแพทย์เป็นอาชีพที่มีรายได้ดี
สามารถรับราชการโดยทำงานในโรงพยาบาล สถานีอนามัยหรือหน่วยงานฝ่ายการแพทย์ของกระทรวง
ทบวง กรมต่างๆ หรือทำงานในโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป นอกจากนี้ ยังสามารถมีรายได้พิเศษด้วยการเปิดคลีนิคส่วนตัวรับรักษาคนไข้นอกเวลาทำงานประจำได้อีก
และ แนวโน้มของตลาดแรงงานสำหรับอาชีพนี้ยังคงมีอยู่ เนื่องจากประเทศไทยยังขาดแคลนศัลยแพทย์อยู่เป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะในต่างจังหวัดและชนบทที่ห่างไกลจากความเจริญในตัวเมือง |
| โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ |
| |
ผู้ที่ประกอบอาชีพศัลยแพทย์
ที่มีความชำนาญและประสบการณ์ จะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งจนถึงระดับผู้บริหาร
หากมีความสามารถในการบริหาร หรืออาจจะประกอบธุรกิจส่วนตัวโดยเปิดคลีนิค
รับรักษาคนไข้ทั่วไป นอกเวลาทำงานเป็นรายได้พิเศษ สำหรับผู้ที่มีความชำนาญมีความสามารถ
มีชื่อเสียง คนไข้จะแนะนำกันต่อไป และหากมีทีมงานที่มีความสามารถ รวมทั้งมีเงินทุนจำนวนมากก็สามารถเปิดโรงพยาบาลได้เช่นกัน
ปัจจุบัน การผ่าตัดไม่ได้ทำเพื่อการบำบัดรักษาอย่างเดียว ยังมีการผ่าตัดเพื่อเสริมความงามหรือเพื่อช่วยบรรเทาความพิการ
เช่น ศัลยกรรมพลาสติก หรือศัลยกรรมเพื่อความงาม ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม
เพราะค่านิยมในด้านความงามได้เปลี่ยนไปจากเดิมที่ปล่อยให้ร่างกาย ใบหน้า
รูปร่าง ให้เป็นไปตามธรรมชาติ ก็นิยมที่จะผ่าตัดเปลี่ยนแปลงให้สวยงดงามตามที่ต้องการ
โดยการผ่าตัดหรือการเสริมความงามอื่นๆ โดยเฉพาะปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่มาช่วยในการศัลยกรรมทำให้การผ่าตัดที่เป็นเรื่องยากและอันตราย
กลายเป็นเรื่องง่ายและอันตรายน้อยลง |
| อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง |
| |
แพทย์ทั่วไป
อายุรแพทย์ ศัลยแพทย์ นักพยาธิวิทยา นิติเวช |
| แหล่งข้อมูลอื่น
ๆ |
| |
แพทยสภา
กรมการแพทย์ http://www.dms.moph.go.th กระทรวงสาธารณสุข http://www.moph.go.th
มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.mahidol.ac.th การจัดประเภทมาตรฐานอาชีพ
(ประเทศไทย) |