| เภสัชกร |
|
|
กลุ่มที่
2 บุคลิกภาพแบบที่ต้องการใช้เชาว์ปัญญา (Investigative) |
 |
| ชื่ออาชีพ |
| |
เภสัชกร Pharmacist
|
| รหัสอาชีพ |
| |
0-67.20
(TSCO) 2224 (ISCO) |
| นิยามอาชีพ |
| |
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้
ได้แก่ผู้ปรุงยา จ่ายยา และสิ่งที่เกี่ยวข้องตามใบสั่งหรือตามสูตร และอาจทำการผลิต
ควบคุมคุณภาพ หรือวิจัยและพัฒนายาหรือสิ่งที่เกี่ยวข้อง |
| ลักษณะของงานที่ทำ |
| |
ค้นคว้า และพัฒนาสูตรยาตำรับใหม่ๆ เพื่อขึ้นทะเบียนและส่งสูตรที่สำเร็จแล้วให้ฝ่ายผลิตเพื่อทำการผลิตยาออกจำหน่าย
ควบคุมการผลิตยาให้เป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้
วิเคราะห์ ตรวจสอบยาที่ผลิตให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
ปรุงยา จ่ายยาและสิ่งที่เกี่ยวข้องตามใบสั่งหรือตามสูตร เตรียมการผลิตยา
เช่นยาน้ำ ยาขี้ผึ้ง ยาผง ยาเม็ดกลม ยาเม็ดแบน แค็ปซูล และยาฉีดตามใบสั่งของแพทย์หรือตามสูตรที่ได้รับการรับรองแล้ว
ชี้แจงแก่แพทย์ พยาบาลและผู้ปฏิบัติงานในแขนงอื่นๆ ทางการแพทย์เกี่ยวกับยา
เคมีภัณฑ์และการใช้สิ่งนั้นๆ
ควบคุมและจ่ายยาเสพติดให้โทษ ยาพิษ และสารพิษที่ต้องการใช้เพื่อการแพทย์
กิจการในบ้าน อุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรม และจ่ายสิ่งนั้นๆ ตามกฎข้อบังคับ
ทำหน้าที่วิเคราะห์และทดสอบตามปกติ เพื่อให้ทราบชนิดความบริสุทธิ์และความแรงของยา
จัดระเบียบและควบคุมรักษายาในคลังทำบัญชีประจำคลังโดยแบ่งเป็นหมวดหมู่
เช่น ยาเสพติดให้โทษ ยาอันตราย ยาสามัญ เคมีภัณฑ์และเครื่องใช้ในการแพทย์
อาจจัดซื้อเวชภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์และสะสมเครื่องใช้ในการแพทย์ไว้จ่ายแก่คนไข้
และห้องรักษาโรค
อาจผลิต จำหน่าย และชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น สุขภัณฑ์ เครื่องสำอาง
เคมีภัณฑ์สำหรับเกษตรกรรมและพืชสวน และยาสำหรับสัตว์
ศึกษาวิธีการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งวิธีการใช้เครื่องมือต่างๆ
เช่นเครื่องจักรที่ใช้ผลิตยา เครื่องมือในการวิเคราะห์ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมของเครื่องมือ
|
| สภาพการจ้างงาน
|
| |
ผู้ปฏิบัติงานอาขีพนี้ได้รับค่าตอบแทนการทำงานเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา
เภสัชกรที่สำเร็จ การศึกษาระดับปริญญาตรีซึ่งไม่มีประสบการณ์ในการทำงานจะได้รับเงินเดือนในอัตรา
ดังนี้
ประเภทองค์กร
เงินเดือน
ราชการ 7,040
รัฐวิสาหกิจ 8,500
เอกชน 15,000
- 18,000
ทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง แต่อาจจะต้องทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด
หรือทำงานล่วงเวลา ในกรณีที่ต้องการให้งานที่ได้รับมอบหมายเสร็จให้ทันต่อการใช้งาน
นอกจากผลตอบแทนในรูปเงินเดือนแล้ว ในภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนอาจได้รับผลตอบแทน
ในรูปอื่น เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินสะสม เงินช่วยเหลือ สวัสดิการในรูปต่างๆ
เงินโบนัส เป็นต้น |
| สภาพการทำงาน |
| |
ผู้ประกอบอาชีพเภสัชกรอาจต้องทำงานในห้องทดลอง เพื่อปฏิบัติงานด้านปรุงยา
จ่ายยาและสิ่งที่เกี่ยวข้องตามใบสั่งหรือสูตรเตรียมหรือควบคุมการผลิตยา(ยาน้ำ
ยาขี้ผึ้ง ยาผง ยาเม็ดกลม ยาเม็ดแบน แค๊ปซูลและยาฉีด) ตามใบสั่งของแพทย์
หรือตามสูตรที่รับรองกันแล้ว ทำการทดสอบยา ต้องอยู่กับสารเคมีที่ต้องใช้ในการทดสอบ
ซึ่งสารเคมีในห้องปฏิบัติการทดลองอาจจะทำปฏิกิริยาที่ทำให้เป็นอันตรายได้
ดังนั้นจึงต้องรู้จักวิธีใช้ และวิธีป้องกันรวมทั้งปฏิบัติงานตามขั้นตอนตามระเบียบที่กำหนดไว้
ต้องทำงานในบริเวณที่กำหนด และเป็นบริเวณห้ามสูบบุหรี่หรือรับประทานอาหารต้องใช้อุปกรณ์ป้องกัน
เช่น ถุงมือหน้ากาก เป็นต้น
เภสัชกรอาจจะทำงานในห้องจ่ายยา หรือร้านขายยา หน้าที่ควบคุมการจัดยาให้ถูกต้องตามแพทย์สั่ง
จัดระเบียบควบคุมรักษายาในคลัง และแนะนำคนไข้ในการใช้ยา |
| คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
|
| |
1.
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาวิชาเภสัชศาสตร์
2. มีสุขภาพกายและจิตใจดี ไม่พิการ ไม่ตาบอดสี มีมนุษยสัมพันธ์ มีความสามารถเป็นผู้นำได้เนื่องจากอาจจะทำงานควบคุมผู้อื่นโดยเฉพาะในงานการผลิต
มีบุคลิกภาพดี
3. รักในอาชีพนี้ มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมสูง
4. ต้องมีความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ เคมีชีววิทยา และสามารถสอบได้คะแนนดีในวิชาเหล่านี้
5. ชอบการค้นคว้าทดลอง การใช้ปัญญาในการวิเคราะห์
6. มีความละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกต
7. ซื่อสัตย์ต่ออาชีพ
8. ผู้ที่สนใจประกอบอาชีพนี้ต้องชอบการ ท่องจำ เพราะจำเป็นต้องจำชนิดของยา
ส่วนประกอบของยา ชื่อและประโยชน์ของต้นไม้ที่มีฤทธิ์ทางยารวมทั้งชื่อยาและชื่อสารเคมี
ที่ใช้ในการรักษาโรค
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้
: สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า สมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาระดับอุดมศึกษา
คณะเภสัชกรรม สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ (หลักสูตร 5 ปี) จากสถาบันอุดมศึกษาของภาครัฐหรือภาคเอกชน
เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น |
| โอกาสในการมีงานทำ |
| |
ปัจจุบัน
ความต้องการยาสำหรับรักษาโรคทางการแพทย์แผนปัจจุบัน และแผนโบราณเพิ่มมากขึ้นตามอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรและชนิดของเชื้อโรคที่พัฒนาตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
การพัฒนาคุณภาพของยา ตลอดจนการควบคุมขั้นตอนการผลิตยารักษาโรค ให้มีประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาต้องดำเนินการอยู่ตลอดเวลา
เพื่อให้มียาที่สามารถใช้ในการรักษาบำบัดโรคต่างๆ ที่เพียงพอกับจำนวนประชากร
เภสัชกรจึงยังเป็นที่ต้องการทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชนเป็นอย่างมากแนวโน้มของโอกาสในการมีงานทำของอาชีพนี้
ยังคงมีอยู่ ดังนั้น ผู้สำเร็จการศึกษาทางด้านนี้สามารถหางานทำได้ง่าย
และหากไม่เลือกงานก็จะไม่มีการตกงานเลยสำหรับเภสัชกร
อาชีพเภสัชกรสามารถทำงานในหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ เช่น โรงพยาบาล
องค์การเภสัชกรรม ส่วนในหน่วยงานเอกชน ได้แก่ บริษัทผลิตยา บริษัทนำเข้ายา
บริษัทผลิตเครื่องสำอางหรืออาจประกอบธุรกิจส่วนตัว โดยการเปิดร้านขายยา
|
| โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ |
| |
ผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นข้าราชการในโรงพยาบาลทั่วไป
องค์การเภสัชกรรม ได้รับตำแหน่งและเลื่อนขั้นยศตามขั้นตอนของระบบราชการ
การศึกษาต่อเพิ่มเติมจะช่วยให้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งได้รวดเร็วและสามารถเป็นถึงผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานได้
ส่วนในภาคเอกชนนั้นขึ้นอยู่กับโครงสร้างการบริหารงานขององค์กร ซึ่งสามารถเป็นผู้จัดการโรงงานผู้จัดการด้านคุณภาพหรือผู้จัดการฝ่ายขาย
เภสัชกรสามารถประกอบธุรกิจส่วนตัว คือ เป็นเจ้าของร้านขายยา สำหรับผู้ที่สามารถผลิตยาหรือผลิตภัณฑ์อื่น
ที่สามารถบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยหรือบำรุงรักษาสุขภาพได้โดยผ่านการทดสอบและได้รับอนุญาตจากองค์การเภสัชกรรม
สามารถจดลิขสิทธิ์การเป็นเจ้าของสูตรในการปรุงยา หรือผลิตภัณฑ์นั้น และผลิตเป็นสินค้าออกจำหน่ายในลักษณะอุตสาหกรรมได้เช่นกัน
|
| อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง |
| |
ตัวแทนจำหน่ายยา
เจ้าของร้านขายยา ผู้ควบคุมห้องทดลองปฏิบัติการ พนักงานตรวจสอบอาหารและยา |
| แหล่งข้อมูลอื่น
ๆ |
| |
โรงพยาบาลของรัฐ
คณะเภสัชศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน องค์การอาหารและยา การจัดประเภทมาตรฐานอาชีพ
(ประเทศไทย) |