| จักษุแพทย์ |
|
|
กลุ่มที่
2 บุคลิกภาพแบบที่ต้องการใช้เชาว์ปัญญา (Investigative) |
 |
| ชื่ออาชีพ |
| |
จักษุแพทย์ Ophthalmologist
|
| รหัสอาชีพ |
| |
0-61.30
(TSCO) 2221 (ISCO) |
| นิยามอาชีพ |
| |
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้
ได้แก่ ผู้ตรวจสายตาและสั่งให้ทำแว่นตา หรือให้การรักษาตาด้วยวิธีการ
ให้ยา หรือการผ่าตัด สั่งประกอบแว่นตาให้ผู้ป่วย รวมถึงการตรวจสายตาเพื่อให้ทราบ
ข้อบกพร่อง โดยใช้เครื่องมือ และวิธีการทดสอบต่างๆ หรือสั่งขนาดของเลนซ์สำหรับประกอบแว่นตา
หรือให้คำแนะนำในการฝึกสายตาตามความจำเป็น หรือเพื่อรักษาสายตาให้ดีขึ้น |
| ลักษณะของงานที่ทำ |
| |
1.
ตรวจสายตา และสั่งให้ทำแว่นตา หรือให้การรักษาตาด้วยวิธีการให้ยาหรือผ่าตัด
2. ตรวจสายตาให้ทราบข้อบกพร่องโดยใช้เครื่องมือ และวิธีการทดสอบต่างๆ
3. สั่งขนาดของเลนซ์สำหรับประกอบแว่นตา
4. ให้คำแนะนำในการฝึกสายตาตามความจำเป็นเพื่อรักษาสายตาให้ดีขึ้น
5. ตรวจตา วัดสายตา วัดความดันตา ตรวจดูกระจกตา ความลึกของช่องหน้าลูกตาลักษณะม่านตาปฏิกริยาต่อแสงสว่าง
ตรวจดูจอประสาทตา
6. อธิบายให้ผู้ป่วยและญาติ หรือคนใกล้ชิด ได้เข้าใจถึงลักษณะของโรคตาการกำเนิดโรค
แนวทางเลือกในการรักษา
7. สำหรับผู้ป่วยที่ต้องรับการผ่าตัดต้องตรวจตาและร่างกายทั่วไป และอธิบายการดำเนินการรักษา
ข้อดีข้อเสียจากการผ่าตัด และผลหลังการผ่าตัดวิธีการปฏิบัติตัวก่อนและหลังการผ่าตัด
ภาวะแทรกซ้อนจากยาชาหรือยาสลบ
8. จักษุแพทย ์ต้องติดตามผลแทรกซ้อนจากการให้ยา เช่นกลุ่มสเตียรอยด์
กลุ่มยาที่มีผลต่อไตบางตัว
9. เก็บรักษาบันทึกเกี่ยวกับผู้ป่วยที่ได้ตรวจโรคตาที่เป็น และการรักษาที่ได้ให้หรือสั่ง
|
| สภาพการจ้างงาน
|
| |
ผู้ประกอบอาชีพนี้ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา
ผู้สำเร็จการศึกษาวิชาการแพทย์ซึ่งไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน ได้รับเงินเดือนในอัตรา
ดังนี้
วุฒิการศึกษา
หน่วยงาน ราชการ
รัฐวิสาหกิจ
เอกชน
ปริญญาตรี 8,190
9,500 -10,500
15,000 - 16,000
ปริญญาโท 9,040
15,000 -12,000 23,000
- 24,500
ปริญญาเอก 10,600
21,000 -22,000 28,000
- 30,000
ทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง อาจต้องมาทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด
อาจจะต้องมีการจัดเวรอยู่ประจำโรงพยาบาล นอกจากผลตอบแทนในรูปเงินเดือนแล้วในภาครัฐและภาคเอกชนอาจได้รับผลประโยชน์พิเศษอย่างอื่น
เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินสะสม เงินช่วยเหลือสวัสดิการ ในรูปต่างๆ เงินโบนัส
เป็นต้น สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาวิชาแพทย์สามารถประกอบธุรกิจส่วนตัว
โดยรายได้ที่ได้รับขึ้นอยู่กับความสามารถและความอุตสาหะ |
| สภาพการทำงาน |
| |
ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล
หรือสถานพยาบาล โดยตรวจคนไข้ในที่อยู่ในความรับผิดชอบทุกวันและต้องตรวจคนไข้นอกที่เข้ามารับการรักษา
ผู้ที่เป็นแพทย์อาจถูกเรียกตัวได้ทุกเวลา เพื่อทำการรักษาคนไข้ให้ทันท่วงที
ผู้ที่เป็นแพทย์ต้องพร้อมเสมอที่จะสละเวลาเพื่อรักษาคนไข้
ในสถานที่ทำงานจะต้องพบเห็น คนเจ็บ คนป่วย และคนตาย จึงต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง
เพราะหากมีจิตใจที่อ่อนไหวต่อสิ่งที่ได้พบเห็นจะมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานได้
|
| คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
|
| |
1.
สำเร็จการศึกษาทางวิชาแพทย์ และมีความรู้ทางจักษุเป็นการเฉพาะ
2. ขยันสนใจในการศึกษาหาความรู้ทางวิทยาการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ
เป็นอย่างดี
3. มีสุขภาพสมบูรณ์ ทั้งร่างกาย และจิตใจไม่พิการหรือทุพพลภาพ ปราศจากโรค
4. สามารถอุทิศตนยอมเสียสละเวลาและความสุขส่วนตัว เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นที่เดือดร้อน
จากการเจ็บป่วย มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่รังเกียจผู้เจ็บป่วย มีความเมตตา
และมีความรัก ในเพื่อนมนุษย์ มีความเสียสละที่จะเดินทางไปรักษาพยาบาลผู้คนในชุมชนทั่วประเทศ
5. มีมารยาทดี สามารถเข้ากับบุคคลอื่นได้ทุกระดับ มีความอดทน อดกลั้น
และมีความกล้าหาญ
6. มีความซื่อสัตย์ในวิชาชีพของตนมีคุณธรรมและจริยธรรมทางการแพทย์ ไม่ใช้ความรู้
ทางวิชาการของตนไปหลอกลวงหรือทำลายผู้อื่นๆ
ผู้ที่จะประกอบอาชีพนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังต่อไปนี้ : ผู้สำเร็จหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายหรือประกาศนียบัตรอื่นที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่าและสามารถสอบผ่านวิชาต่างๆ
ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา คือวิสามัญ 1 คณิตศาสตร์
กข. เคมี ฟิสิกส์ ชีววิทยา ภาษาอังกฤษ กข. และความถนัดทางการแพทย์ ตลอดจนการสอบสัมภาษณ์และการตรวจร่างกาย
เมื่อผ่านการทดสอบจึงมีสิทธิเข้าศึกษาแพทย์ โดยมีสถาบันที่เปิดสอนวิชาการแพทย์ระดับปริญญาหลายแห่งในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย
เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น ผู้ที่จะเรียนแพทย์ต้องมีฐานะทางการเงินดีพอสมควร
เพราะค่าใช้จ่ายในการเรียนวิชาแพทย์ค่อนข้างสูง (ไม่น้อยกว่า 1 ล้าน
บาทเศษต่อคน) และใช้เวลานานกว่าการเรียนวิชาชีพอื่นๆ
หลักสูตรวิชาการแพทย์ระดับปริญญาตรีตามปกติใช้เวลาเรียน 6 ปี ในสองปีแรกของหลักสูตร
การเรียนจะเน้นหนักด้านวิทยาศาสตร์ทั่วไปที่เป็นพื้นฐานสำคัญ ต่อจากนั้นจึงเรียนต่อวิชาการแพทย์
โดยเฉพาะอีก 4 ปี เมื่อสำเร็จได้รับใบอนุญาตประกอบเวชกรรมของแพทยสภา
มีสิทธิประกอบอาชีพแพทย์ได้ตามกฎหมาย |
| โอกาสในการมีงานทำ |
| |
จักษุแพทย์
สามารถรับราชการโดยทำงานในโรงพยาบาล สถานพยาบาล สถานีอนามัยหรือ หน่วยงานการแพทย์ของกระทรวง
ทบวง กรมที่จัดขึ้นเพื่อบริการประชาชน และเจ้าหน้าที่หรือทำงาน ในโรงพยาบาลเอกชน
นอกจากนี้ยังสามารถทำรายได้พิเศษด้วยการเปิดคลีนิคส่วนตัวเพื่อรับรักษาคนไข้นอกเวลาทำงานประจำได้อีก
แนวโน้มของตลาดแรงงานสำหรับอาชีพนี้ยังคงมีอยู่ ดังนั้นจักษุแพทย์สามารถหางานทำได้ง่าย
เนื่องจากประเทศไทยยังขาดแคลนจักษุแพทย์อยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในต่างจังหวัดและชนบทที่ห่างไกลจากความเจริญในตัวเมือง
|
| โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ |
| |
จักษุแพทย์
ที่มีความชำนาญและประสบการณ์จะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งจนถึงระดับผู้บริหาร
หากมีความสามารถในการบริหาร หรืออาจประกอบธุรกิจส่วนตัวโดยเปิดคลีนิครับรักษาคนไข้ทั่วไป
หรือทำงานพิเศษนอกจากงานประจำ ทำให้ได้รับรายได้พิเศษ สำหรับผู้ที่มีความชำนาญและมีทีมงานที่มีความสามารถ
รวมทั้งมีเงินทุนจำนวนมากก็สามารถเปิดโรงพยาบาลได้
จักษุแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง อาจได้รับการว่าจ้างให้ไปทำงานในโรงพยาบาล
หรือสถานพยาบาลหลายแห่ง ทำให้ได้รับรายได้มากขึ้น |
| อาชีพที่เกี่ยวเนื่อง |
| |
อายุรแพทย์
ผู้ตรวจวัดสายตา และผู้เตรียมเลนซ์ประกอบแว่นตา |
| แหล่งข้อมูลอื่น
ๆ |
| |
ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย
แพทยสภา กรมการแพทย์ http://www.dms.moph.go.th กระทรวงสาธารณสุข http://www.moph.go.th
มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.mahidol.ac.th การจัดประเภทมาตรฐานอาชีพ(ประเทศไทย)
|